KCthai Board
ตุลาคม 26, 2014, 09:51:53 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทความเรื่อง "อาหารหมาถอย"  (อ่าน 7114 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หนูเนียม 24
บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 473


« เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2005, 04:14:50 PM »

อาหารหมาถอย
โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช

       พอผมมาเป็นผู้บังคับการ มะม่วงต้นเดิมหายไปแล้ว ผมจึงขอให้ภรรยาปลูกมะม่วงสัก 3-4 ต้น โดยบอกให้ปลูกใกล้ๆ น้ำหน่อย
� � � �
� � � �ผมผิดหวังมากที่เวลานี้ไม่เห็นมีเด็กแอบมาเก็บมะม่วง คงเป็นเพราะสมัยก่อนเราอดอยากปากแห้งมาก เดี๋ยวนี้เด็กใช้มือถือสั่งพิซซ่ามากินกันเวลาหิวตอนดึกๆ ได้
� � � �
� � � �สมัยผมนั้น อาหารเช้าของเราคือ ข้าวต้มกลิ่น จะเป็นกลิ่นหมูหรือกลิ่นอะไรนั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราเรียกว่าข้าวต้มกลิ่น เพราะไม่มีหมูเลย นอกนั้นก็มีผักไม้กวาด ไข่เจียวที่ปนด้วยแป้งและบางจ๋อย อาหารเหล่านี้เราขนานนามว่า "อาหารหมาถอย" คือลองเอาไปเทให้หมากินแล้วหมาไม่กินถอยหลังหนี ผมจึงไม่ค่อยกินข้าว กินแต่ขนม
� � � �
� � � �ชีวิตนักเรียนประจำนั้น สอนเราว่า คนเรานั้นต้องลำบากก่อนแล้วจึงสบายทีหลัง เมื่อเราเป็นเด็ก โรงเรียนมีอะไรให้กินก็ต้องทนกิน โตขึ้นหน่อยก็ฝากคนซื้อก๋วยเตี๋ยวจากข้างนอกเข้ามากินได้ ซึ่งมักจะกินกันตอนหลัง 2 ทุ่มแล้ว
� � � �
� � � �เพื่อนคนหนึ่งซื้อก๋วยเตี๋ยวราดหน้ามาสองห่อ เขาแก้ห่อแรกออกมากิน แล้วแก้ห่อที่สองไว้กะว่าพอกินห่อแรกเสร็จห่อที่สองก็หายร้อนจัดกินได้ทันที แต่มีหมาตัวหนึ่งมาแอบกินห่อที่สองด้วยความโมโหจึงวิ่งไล่เตะหมากลับมาอีกที หมาอีกตัวมากินก๋วยเตี๋ยวห่อแรกไปแล้ว
� � � �
� � � �เห็นไหมครับว่า ชีวิตนักเรียนประจำนั้น มันต้องเผชิญกับสิ่งแปลกๆ ไม่คาดคิด เพื่อนคนนี้เวลานี้จึงกินอาหารแล้วลอกแลกเหลียวซ้ายแลขวาตลอด จนเมียสงสัยว่า ทำไมจึงเป็นแบบนี้
� � � �
� � � �ผมตั้งใจไว้ว่า สองอย่างที่ผมจะทำให้ดีคือ ส้วมกับอาหาร ตอนผมอยู่นั้น ส้วมเราเหม็น และมักจะเต็ม หากไม่ปวดหนักแล้วก็จะไม่เข้าเป็นอันขาด นักเรียนวชิราวุธทุกคนพอโตขึ้นจึงต้องมีส้วมดีๆ และเข้ากันบ่อย เข้าทีละครั้งก็นานๆ บางคนแก้ความเหม็นด้วยการสูบบุหรี่ดับกลิ่นจนติดมาถึงทุกวันนี้
� � � �
� � � �ผมมาเป็นผู้บังคับการใหม่ๆ ก็เดินดู ส้วมตามคณะต่างๆ แล้วสั่งให้เปลี่ยน รวมถึงส้วมบนตึกเรียนด้วย ผมให้บริษัททำความสะอาดจากภายนอกเข้ามาทำความสะอาด เพราะควบคุมง่ายกว่าควบคุมคนงานของเราเอง
� � � �
� � � �สำหรับเรื่องอาหารนั้น แรกๆ ทำเสียดีจนเงินงบประมาณไม่เหลือ เพราะทุกเดือนต้องมีแกงเผ็ดเป็ดย่าง เป็ดตัวละ 250 บาท ปีนั้นใช้เงินเกินไป 8 แสนบาท เดี๋ยวนี้ต้องใช้กระดูกหมูอ่อนแทน มีเนื้อติดด้วย ตอนเช้ามีไข่ดาว แฮม หรือไส้กรอก บางวันเป็นโจ๊ก
� � � �
� � � �แต่เด็กก็ยังบ่น ที่บ่นคงเป็นเพราะเมนูอาหารเราเวียนไปเวียนมา แม่ครัวคนเดียวกันจึงมีรสมือเดียว ผมให้ผู้ดูแลคอยสังเกตว่าเด็กชอบอะไรมาก ก็ทำให้บ่อยหน่อย ปรากฏว่าเด็กชอบไข่ลูกเขย ชอบลาบ แต่ไม่ชอบแกงกะทิ ชอบแกงต้มยำน้ำใสๆ และชอบไข่ยัดไส้
� � � �
� � � �ผมชอบชวนเพื่อนมาทานข้าวที่บ้าน เพื่อให้ชิมอาหารโรงเรียนสมัยนี้ เพื่อนๆ เห็นความหนาของไข่เจียวแล้วก็ตื่นตาตื่นใจกันทุกคนไป
� � � �
� � � �เด็กบางคนบอกว่าอาหารโรงเรียนอร่อยกว่าอาหารที่แม่ทำอีก ผมเลยบอกว่า ขอให้พูดอย่างนี้ไปจนเรียนจบเถิดนะ
� � � �
� � � �เวลานี้โรงเรียนมีโภชนาการสามคน มีการสั่งอาหารอย่างดี หมู ไก่ ผัก มีการคัดเลือกอย่างดี และสะอาดมาก ทุกคณะทานอาหารจากโรงครัวเดียวกัน แทนที่จะแยกกันทำ
� � � �
� � � �เราจัดอาหารเช้าและกลางวันให้ครูทุกคน แต่เดิมให้ทานฟรี เวลานี้ให้เสียเงินจานละ 5 บาท เท่ากับเป็นสวัสดิการครู มีหอพักให้ครูอยู่ ที่มีครอบครัวก็ให้เป็นห้องครอบครัว เงินเดือนครูสูงกว่าโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนทั่วไป 20% และไม่มีการติดขั้น
� � � �
� � � �ชีวิตในโรงเรียนเปลี่ยนไปมาก ผมของบประมาณมาสร้างอาคารศิลปะและการออกแบบ อาคารธุรการ อาคารที่พัก อาคารเรียนเด็กเล็ก อาคารเรียนดนตรี อาคาร Resource Center อาคารกีฬาในร่ม และซ่อมแซมอาคารเรียน (ตึกวชิรมงกุฎ) หอประชุม ตลอดจนซ่อมแซมคณะต่างๆ 2-3 ปีครั้ง ทำสนาม ทำที่บำบัดน้ำเสีย
� � � �
� � � �แต่บรรยากาศของโรงเรียนก็ยังคงเหมือนเดิม เพราะสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน 3-4 อย่างไม่ได้เปลี่ยนไปคือ หอประชุม ตึกขาว หอนาฬิกา และเกาะลอย
� � � �
� � � �เวลาอยู่ในโรงเรียน ผมรู้สึกว่าผมเป็นเด็กตลอดกาล ไม่ได้เป็นคนแก่อายุ 60
� � � �
� � � �********
� � � �หมายเหตุ-บทความชุด "ชีวิตที่เลือกได้"ของอาจารย์ชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นบันทึกเชิงอัตชีวประวัติต่อเนื่อง เริ่มตีพิมพ์ตั้งแต่ช่วงปี 2537 กล่าวถึงชีวิตวัยเด็ก การศึกษา ประสบการณ์การทำงาน รวมเล่มเป็นภาค 1 และภาค 2 มาแล้ว ส่วนที่ทะยอยตีพิมพ์อยู่นี้เป็นการบันทึกอัตชีวประวัติ ชีวิต และการทำงานใน่ชวงปัจจุบัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 24, 2005, 04:33:40 PM โดย หนูเนียม 24 » บันทึกการเข้า
หนูเนียม 24
บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 473


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2005, 04:32:06 PM »

อ่านบทความอาจารย์ชัยอนันต์แล้วจึงคิดถึง หมาถอย ในรั้วเราบ้าง

หมาถอย เป็นชื่อข้าวต้มที่พวกเราเห็นแล้วต้องคิดถึงอีก
เพื่อนๆ ของผมหลายคน จบออกมาใหม่ๆ ไม่อยากทานข้าวต้มอีก
เพราะใครจะสั่งมาเมื่อไร เราจะคิดถึงข้าวต้มที่โรงเรียนทุกที
ผมกับเพื่อน(ปูดำ ยุทธนา บ้าน 2) ถึงกับแต่งกลอนให้ข้าวต้มหมาถอย (ปี2531)
"ข้าวเอ๋ยข้าวต้ม� � � แค่ดมก็อร่อย
� ข้าวต้มหมาถอย� � อร่อยไม่มีรส
� ข้าวต้มหมาเมิน� � คนเดินถอยหลัง
� ปลาเค็มกุ้งยำ� � � นี้แหละอาหารเรา"�
บันทึกการเข้า
Mong นรร.๕/๓๑๓
สุภาพบุรุษราชวิทย์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2439


นักเรียนราชวิทยาลัย ธำรงไทยให้ยั่งยืน


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2005, 09:29:52 AM »

เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตเด็กนักเรียนประจำที่มีแบบแผนเดียวกัน  ต่างกันแต่เพียงสถานที่  ท่านอาจารย์ ดร.ชัยอนันท์ ท่านบรรยายได้เห็นภาพ  ทำให้ผมก็อดคิดถึงวันเก่าๆของพวกเราไม่ได้  สมัยราชวิทย์สามพรานเมื่อปี 2512 -2513สมัยนั้นเรามีครูแม่บ้านอยู่ 2 ท่านชื่อครูนพพร และครูจำรุ  เป็นคนละท่านกับครูจารุ ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนะครับ  ตอนนั้นท่านหม่อมราชวงศ์ สลับ ลดาวัลย์ ท่านเข้ามารักษาการณ์ครูใหญ่ ระหว่างที่มีการสรรหาครูใหญ่ที่มาแทนครูพิทยาไทยวุฒิพงศ์  ซึ่งท่านต้องไปรับตำแหน่งครูใหญ่ที่โรงเรียนทวีธาภิเษก  ท่านมรว.สลับ ท่านได้นำประเพณี อย่างหนึ่งมาฝากไว้ให้กับเด็กนักเรียนราชวิทย์สามพรานคือ ประเพณีการรับประทานอาหารฝรั่ง  ท่านได้บัญชาให้ครูนพพรและครูจำรุ สั่งให้โรงอาหารทำอาหารฝรั่งให้นักเรียนทาน อาทิตย์ละ 1 วัน และโดยส่วนใหญ่จะเป็นวันพฤหัส  ก็จะทำหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ มีตั้งแต่ หมูเบคอนทอด ไข่ดาว ทานกับขนมปังปิ้ง และโอวัลตินร้อน  บางพฤหัสก็จะเป็นสตูลิ้นวัว เป็นลิ้นวัวก้อนใหญ่ น่ารับประทานมาก ดังนั้นทุกวันพฤหัส จะไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่า ชาวราชวิทย์สามพราน"ทุกท่าน" ขอย้ำนะครับว่าทุกท่าน(รวมทั้งครูทุกท่านด้วย)  จะไม่มีใครพลาดอาหารเช้าเลย
บันทึกการเข้า
ded34
สามพราน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 53


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2005, 09:59:45 AM »

ผมเห็นด้วยครับพี่เพราะขนาดทุกวันนี้ผมยังไม่อยากกินอาหารพวกข้าวต้ม  โจ๊ก หรือกระเพาะปลาเลยแค่เห็นก็นึกถึงรสชาติที่มันฝังใจมาแต่เด็กมันก็เลยพาลให้ไม่อยากกินซะงั้น((ถ้าไม่หิวจริงๆ))
บันทึกการเข้า
Mong นรร.๕/๓๑๓
สุภาพบุรุษราชวิทย์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2439


นักเรียนราชวิทยาลัย ธำรงไทยให้ยั่งยืน


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2005, 09:34:54 PM »

มีเมนูอีกอย่างหนึ่งน้องที่พี่เห็นแล้วลืมไม่ลงคือ  หมี่ผัดปู  ความจริงแล้วมันก็ไม่ได้เป็นรายการอาหารที่เลวร้ายอะไรหรอก พี่คิดว่าอาจจะเป็นของโปรดของพวกเราอีกหลายๆคนก็ได้   แต่ด้วยความที่เจอบ่อยมาก  มันก็เลยพาลให้เบื่อไปเอง  เดี๋ยวนี้ไม่เคยคิดที่จะทานอีกเลย
บันทึกการเข้า
วิญญูชนก นรร.๑๖/๑๗๔๙
โรงเรียนแห่ง ๓มหาราช
Administrator
สุภาพบุรุษราชวิทย์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6807



« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2005, 12:38:32 AM »

น่องไก่ของอาหารฝรั่งผมชอบมาก ขนาดต้องขนมปังปาดน้ำเกรวี่ให้เกลี้ยงจาน Smiley
บันทึกการเข้า

Jerome KC 30
สามพราน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2005, 06:16:52 PM »

ผมก็ชอบอ่านบทความของอาจารย์ชัยอนันต์ในเว็บผู้จัดการเหมือนกันครับ พี่ๆ น้องๆ ที่อ่านกันแล้วก็คงจะเหมือนๆ กับผมก็คืออดที่จะนึกย้อนภาพของชีวิตตัวเองไม่ได้ อ่านไปก็ยิ้มไป ส่วนเรื่องข้าวต้มผมก็เป็นครับ หลังจากจบจากโรงเรียนต้องใช้เวลาถึง 3-4 ปี กว่าจะมีความรู้สึกอยากกินข้าวต้มขึ้นมาอีกครั้ง
บันทึกการเข้า
khanaet38
สามพราน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 17, 2006, 11:34:19 AM »

   ::)ปัจจุบันอาหารดูดีกว่าเมื่อ5 ปีที่แล้วมาก   แต่รสชาติยังคงยำแย่   มีรายการอาหารซำๆ Roll Eyes
สิ่งเหล่านี้หาไม่ได้จากโรงเรียนไปกลับ  แต่หาได้จากโรงเรียนกิน นอน  ซึ่งเป็นการฝึกฝนตัวเองให้มีความอดทน
ทำอะไรเหมือนกัน ไม่มีการแบ่งชนชั้น คนรวย คนจน เมื่อเข้าสู่รั้วราชวิทย์ทุกคนคือนักเรียนราชวิทย์ และต้องพยายาม
ฝึกฝนตนเองให้จบออกไปเป็นสุภาพบุรุษราชวิทย์เหมือนนักเรียนเก่ารุ่นก่อน
บันทึกการเข้า
ลูกพ่อจุลฯ
สามพราน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 17, 2006, 12:12:04 PM »

อาหารโรงเรียนอร่อยขึ้นมากครับ
อยากเห็นพี่นักเรียนเก่ามาร่วมทาน
อาหารหมาถอยปัจจุบันนี้กัน
เด็กคฤหาสน์กระต่ายแสด
บันทึกการเข้า
อั้นKC๒๗/นรร.๔๖๐๐
บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 353


เลือดผมสีฟ้าทอง ไม่เชื่อกรีดดูได้


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 13, 2008, 02:39:15 PM »

 :)หิวจังเช้านี้            เดินรี่เข้าแถว
   เดินไปใจแป้ว         ไม่แคล้วหมาถอย
   รสชาติของมัน       ทำให้สิ้นหวัง
   แต่กินแล้วมีพลัง     ลุกนั่งสบาย Grin
   กลับบ้านบอกแม่      อยากกินหมาถอย
   แม่ทำตาลอย           ถามว่ามันคืออะไร
   ลูกบอกทันใด          มันคือข้าวต้ม
   รสชาติไม่มี             มีดีที่กับ
   ถั่วคั่วโรยเกลือ         กะหมูซีอิ๊ว
   ผักดองผัดใข่           กับใข่เจียวแป้ง
   แม่จัดแจงทำ           แต่ไม่ถูกปาก
   แม่บอกเรื่องมาก       เลยต้องกลับมากินที่ ภ.ป.ร.
           
บันทึกการเข้า

บ้าน3  ราชวิทย์27 อั้นขอขอบคุณทุกๆน้ำใจราชวิทย์ที่ให้ผม(-/\-)
keng.l kc30
สามพราน
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 14


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2009, 08:28:24 PM »

ครับผมเห็นด้วย!!กับอีกอย่างคือกล้วยน้ำว้า ที่จะต้องกินทุกวันตอนเช้า
ส่วนวันพฤหัสจะดีใจมากเพราะเป็นอาหารฝรั่ง ใส้กรอกกับหมูแฮม โอวัลติน
บันทึกการเข้า
บูลย์_รุ่น21_นรร.3019
ราชวิทย์ 21
สุภาพบุรุษราชวิทย์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 505



« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2009, 12:18:30 PM »

สมัยนี้ยังมีและยังเรียกหมาถอยอยู่รึป่าวครับ

น่าเสียดายน้องๆรุ่นหลังไม่ได้ลิ้มรสก๊วยต๋วยของ แปะโห้ กันนะครับ
บันทึกการเข้า
sunti Kc. ๒๓
ฉกฉวยเเย่งชิง ผูกขาด ตัดตอน ริดรอนสิทธิเพื่อน แทงหน้า แทงหลัง หน้าด้าน หน้าทน มือยาวสาวได้
สุภาพบุรุษราชวิทย์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4913


หลงทางเสียเวลา หลงรัชดาติดเหม่งจ๋าย


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2009, 08:37:34 AM »

หมี่กุ๊กไก่...กุนเชียงทอดเเข็งๆๆ ไชโป๊วผัดไข่......โน่นไอ้ดอกดินมันทำหน้าใกล้ตาย
ไปขอข้ามต้มหมูทอดครูเเม่บ้าน...(อาหารไม่อร่อย ทำหน้าเศร้า ขอข้าวต้มกิน)
บันทึกการเข้า

พีระพงศ์  ศรีโพธิ์เผือก  ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 382-225119-4      (สันติ ต.) ไทยพานิช  240 221 7938
Mong นรร.๕/๓๑๓
สุภาพบุรุษราชวิทย์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2439


นักเรียนราชวิทยาลัย ธำรงไทยให้ยั่งยืน


« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 06:19:13 AM »

ชีวิตที่น่าสนุกอีกอย่างสำหรับพวกเรา  เมื่อตอนผมเป็นนักเรียนชั้น ป.๕-๖ คือ การวิ่งแข่งกัน เพื่อจะไปซื้อขนมและอาหารว่าง ที่ Canteen เพราะถ้าวันไหนมีข้าวต้มหมาถอย (ที่แม่ครัวตักข้าวใส่หม้อคอยเด็กตั้งแต่ก่อน ๖ โมงเช้า) พวกเราจะหิวโซ  แล้วจะคอยจนถึงพัก ๑๐ โมง เพื่อไปซื้อแซนด์วิช(ฝีมือคุณครูจันทร์เพ็ญ) มากินประทังหิว จนกว่าจะได้กินอาหารกลางวัน
บันทึกการเข้า
Peeraphong นรร.๗/๕๓0
สุภาพบุรุษราชวิทย์
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1117



« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:03:49 AM »

ผมว่ากระหรี่ปัปก็อร่อยต้องกินกับกรีนสปอตหรือไวต้ามินต้องใช่คูปองนะครับเครื่องดืมต้องมัดจำขวดด้วยเหรียนพลาสติกสีแดงกลมๆปั้มตรา ภ ป.ร.สีขาวแทนเงินพี่หม่องเขาเรียกว่าอะไรนะ?ผมนึกไม่ออก เงินแข็งหรือเหรียนแข็ง สัปดาห์หนึงเราได้ใช้กัน20บาทเองจะเบิกก็ไม่เบิกก็ได้ ถ้าไม่เบิกเราจะได้คืนตอนปิดเทอมเป็นเงินสด ส่วนมากผมจะไม่เบิกปิดเทอมได้เงินกลับไม่คืนแม่ด้วย แต่ผมก็ได้กินที่ แคนทีน เสมอด้วยเป็นที่รักของเพื่อนๆ(ยกตัวเอง) สิ่งนี้สอนให้ผมมาจนบัดนี้ ผมนำไปใช้กับลูกผมด้วยเพือเขาจะได้บริหารเงินเป็นและรู้คุณค่าอยากได้อะไรก็อดค่าขนมเอา
บันทึกการเข้า

พีระพงศ์ ศรีโพธิ์เผือก (ไทยพาณิชย์) 382-225119-4 โทร..0818745716
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.182 วินาที กับ 20 คำสั่ง